จรจัด

posted on 20 Oct 2005 00:50 by sonar

เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น(มาก) ที่เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2547 เพื่อส่งอาจารย์ในวิชา การเขียนหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ พอดีคุ้ยไฟล์เล่นๆ ในเครื่องแล้วเจอพอดีเลยเอามาลงไว้ให้อ่านเล่นกัน

จรจัด

มันเป็นเช้าวันหนึ่งที่สดใส นายเอเดินออกจากบ้านไปทำงานอย่างเช่นทุกวัน เขาก็แค่ชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ชีวิตไม่มีอะไรหวือหวามากนัก หน้าตาดีพอประมาณ รูปร่างสันทัด เขาทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก ถ้าจะถามว่าใหญ่ขนาดไหน ก็ใหญ่ขนาดที่สามารถตั้งหมู่บ้านขึ้นมาข้างๆบริษัท ให้พนักงานของบริษัทหลายร้อยกว่าชีวิตอยู่รวมกัน ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำไมนายเอไม่ต้องไปทนรถติดอยู่ในเมืองเป็นชั่วโมงๆ เขาเลือกที่จะทำงานในบริษัทห่างไกลจากตัวเมือง แต่มีบ้าน มีสวัสดิการให้เขา มากกว่าที่จะต้องทนจอแจอยู่ในเมือง
นายเอ จะต้องเดินผ่านทางสายเดิมทุกวัน เริ่มจากออกจากบ้าน ถูกสุนัขของคนข้างบ้านเห่าใส่ ผ่านวินมอเตอร์ไซค์ปากซอยและร้านขายของชำที่มีป้าแก่ๆแต่แต่งตัวเริ่ดนั่งเฝ้าร้าน ผ่านตู้ไปรษณีย์ ผ่านกองขยะหน้าหมู่บ้านที่มีชายจรจัดนอนหลับอยู่ อันที่จริงแล้วเขาเพิ่งจะเคยเห็นชายจรจัดคนนี้มา 3 ครั้ง จึงน่าจะเป็นคนไร้ที่อยู่ที่บังเอิญผ่านมา แต่อย่างไรก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่ต้องไปจัดการอะไร เมื่อเดินผ่านกองขยะแล้วก็ถึงหน้าหมู่บ้าน จากนั้นเดินอีกไม่ถึง 10 ก้าวก็จะถึงบริษัทของเขา ทุกอย่างในหมู่บ้านของเขาดูสะอาด สวยงาม และลงตัว สมกับที่เป็นหมู่บ้านของบริษัทระดับโลก
วันนี้ก็เป็นวันปกติอีกวันหนึ่งของเขา(จริงๆแล้วเขาไม่เคยมีวันไม่ปกติเลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่) ผ่านวินมอเตอร์ไซค์ปากซอยที่นั่งเซ็งกันอยู่ 2-3 คน ผ่านร้านขายของชำและป้าแก่ๆ แต่งตัวเริ่ด..... แต่เดี๋ยวก่อน วันนี้บางอย่างไม่เหมือนเดิม ป้าแทนที่จะแต่งตัวเริ่ดแต่กลับแต่ตัวด้วยเสื้อผ้ามอซอ ขาดวิ่น เนื้อตัวก็สกปรกมอมแมม เขาหยุดยืนมองป้าด้วยความสงสัย นอกจากนั้นแล้ว ร้านของป้าที่เคยเป็นร้านกึ่งซูเปอร์มาร์เกต ขายแต่ของมีระดับ จัดร้านเป็นระเบียบ บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นร้านโทรมๆ ของที่ขายก็มีแต่ของเก่าๆ สกปรกๆ ช่างดูขัดตากับสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบสวยงามของหมู่บ้านจริงๆ
ด้วยความที่เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่ เขาจึงเดินเข้าไปถามป้าหน้าร้าน เกิดอะไรขึ้นน่ะป้า ป้าเปลี่ยนไปเยอะนะเขาพยายามถามโดยหลีกเลี่ยงคำว่าเก่าหรือโทรม กูก็เป็นของกูแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่ะ ป้าหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเนิบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คำตอบของป้าแทบทำให้เขาผงะ เขาจำได้ว่าป้าไม่เคยพูดจาหยาบคายแบบนี้มาก่อน อย่างน้อยก็กับลูกค้า ทำไมป้าเปลี่ยนมาขายของเน่าๆแบบนี้ล่ะ เขาถามต่อด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้น และหลุดคำว่าเน่าออกมา กูก็ขายแบบนี้อยู่ตั้งนานแล้ว มึงยังเคยซื้อเลย คำตอบของป้ายิ่งทำให้เขางุนงงเข้าไปใหญ่ เขามาซื้อของกินที่ร้านนี้อยู่บ่อยๆ แต่เขามั่นใจว่าเขาไม่เคยกินของเน่าๆ หมดอายุแบบนี้แน่
ป้าอย่ามาเล่นตลกกับผมนะ!! เขาเก็บเพลิงโทสะไว้ไม่ไหวระเบิดออกใส่ป้าทันที แต่การตอบรับที่เขาได้คือการมองด้วยสีหน้าและท่าทางที่เรียบเฉย ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งของเขาก็แวบขึ้นมาในหัว ใช่แล้ว ต้องไปร้องเรียนที่บริษัท เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงรีบหันหลังเดินออกจากร้าน มุ่งตรงไปทางบริษัททันที
แกรบ เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อเขาเหยียบลงไปบนบางสิ่งคล้ายก้อนกรวด เขาก้มลงมอง มันเป็นก้อนกรวดจริงๆ และไม่ใช่แค่ที่เท้าของเขาเท่านั้น ถนนคอนกรีตที่เขาเดินอยู่ก็กลับกลายเป็นถนนลูกรังไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เขารีบหันหลังกลับไปมองทางที่เขาเดินผ่านมา แล้วก็พบกับความแปลกใจกว่าเดิม เพราะถนนที่เขาเดินผ่านมาแล้วล้วนเป็นถนนลูกรังทั้งสิ้น ทั้งที่หน้าร้านขายของชำ หน้าวินมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่หน้าบ้านของเขา ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนช่างสังเกตเท่าไร แต่ความเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้สึกตัว
เขารีบหันมองสิ่งรอบๆ ตัว ตอนนี้เขาเดินมาเกือบถึงจุดที่มีกองขยะกับชายจรจัดแล้ว นอกจากถนนและร้านขายของชำที่เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมรอบข้างก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นทุกวัน แต่แล้วเขาก็เริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอีกสิ่งหนึ่ง นั้นก็คือท้องฟ้า ซึ่งเปลี่ยนจากสดใสไร้เมฆในตอนที่เขาเดินออกจากบ้าน กลายเป็นเต็มไปด้วยเมฆสีดำ ส่งผลให้รอบๆ ตัวเขามืดลงอย่างเห็นได้ชัด สมองของเขางุนงงไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือว่าเขาฝันไป??? เขาเริ่มลังเลที่จะเดินต่อ และความกลัวเริ่มเข้าครอบงำจิตใจ
แต่ก่อนที่จะทันได้คิดอะไรมากกว่านี้ เขาก็รู้สึกว่ามีใคร หรืออะไรบางอย่างกำลังมองมาที่เขา เมื่อเขาหันไปตามความรู้สึก ก็พบกับใบหน้าของชายจรจัดคนนั้น อยู่ห่างจากหน้าของเขาไม่ถึง 1 ฟุต เขารีบถอยหลังออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้านั้นน่ากลัวเกินกว่าที่จะเป็นใบหน้าของมนุษย์ ดวงตาที่เบิกโพลง ไม่มีคิ้ว ไม่มีจมูก มีแต่รู 2 รูกึ่งกลางใบหน้า และไม่มีริมฝีปากทั้งบนและล่าง ทำให้มองเห็นฟันเกๆ ชัดเจน ความกลัวของเขาพุ่งถึงจุดสูงสุด เขาได้แต่ยืนนิ่ง ขยับไม่ได้ พูดไม่ได้
เห็นแล้วใช่ไหม.... เสียงจากลำคอของคนจรจัดแว่วเข้าหูของเขา ก่อนที่เขาจะรู้สึกปวดหัวอย่างที่สุด แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำสนิท.....
ในห้องประชุมของบริษัท หัวหน้านักวิทยาศาสตร์กำลังยืนอธิบายต่อกลุ่มผู้บริหาร
ไวรัสที่บริษัทคู่แข่งของเราส่งมาคราวนี้ร้ายกาจมาก ผมขอตั้งชื่อมันว่า จรจัด1.0 โดยที่ไวรัสตัวนี้ จะค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปในไม่โครชิพควบคุมพฤติกรรมในตัวพนักงานบริษัทเรา ระหว่างนั้นพนักงานคนนั้นจะเห็นภาพของชายจรจัดปรากฏขึ้นตามสถานที่ต่างๆ อย่างในจอภาพ แล้วภาพจากจอมอนิเตอร์ ก็เปลี่ยนเป็นภาพของชายจรจัดกับกองขยะ แบบเดียวกับที่นายเอเคยเห็น
เมื่อมันแทรกตัวเข้าไปสำเร็จแล้ว มันก็จะเข้าไปทำลายระบบการสร้างภาพ ระบบแปลงภาษา ทำให้พนักงานคนนั้นเห็นและได้ยิน... เอ่อ... ความจริงที่เราพยายามซ่อนไว้ จนสุดท้ายแล้ว มันก็จะทำให้ไมโครชิพลัดวงจร ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายสมองของเหยื่อทันที หัวหน้านักวิทยาศาสตร์อธิบายต่อ
แล้วคุณควบคุมมันได้หรือยัง หนึ่งในผู้บริหารถาม
ได้แล้วครับ ตอนนี้เราได้พัฒนาระบบป้องกัน จนแน่ใจว่าจะไม่มีใครส่งไวรัสเข้ามาในระบบได้อีก แต่ก็แย่หน่อยที่เราไม่สามารถรักษาชีวิตพนักงานหมายเลข A478 ไว้ได้ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ตอบด้วยท่าทางมั่นใจ
เรื่องนั้นช่างมันเถอะ คุณก็รู้นะว่าการสร้างสลัมให้พนักงานอยู่ แล้วติดไมโครชิพสร้างภาพหลอนที่สมอง ทำให้พนักงานทุกคนเชื่อว่าบริษัทของเราให้สวัสดิการหรูหราน่ะ ทำให้คนพวกนั้นตั้งใจทำงาน และประหยัดงบประมาณขนาดไหน ดังนั้นเรื่องนี้จะปล่อยให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาด ผู้บริหารคนเดิมพูดต่อ ส่วนหัวหน้านักวิทยาศาสตร์พยักหน้ารับคำ
แล้วก็รีบๆ หาคนมาทำงานแทน A478 ด้วย ส่วนศพก็เอาทิ้งไปกับเศษวัสดุนั่นแหละ.... เมื่อผู้บริหารสั่งการเสร็จก็เดินออกจากที่ประชุมไป.....

ปล. ทุกถ้อยคำใช้ ctrl-c และ ctrl-v จากไฟล์ word ที่ส่งอาจารย์ โดยไม่ได้แก้ไขดัดแปลงใดๆทั้งสิ้น
ปล2. ชื่อเรื่องในตอนแรกตั้งไว้ว่า จรจัด 1.0


edit @ 2005/10/20 01:11:53

Comment

Comment:

Tweet

ไม่เห็นจาดีตรงไหนเลย

#7 By (125.26.120.43) on 2009-10-11 19:31

ชอบมากๆๆๆๆ สุดยอด อ่า คิดได้ไงอะ ชอบบบบ

#6 By Kami (161.246.1.33 /161.246.23.110) on 2005-11-04 10:35

ยาวจัง เขียนได้ไง หรือไปก็อปใครมา
อืมมม ถ้าเขียนเองก็ไม่น่าเชื่ออ่ะ ดูไม่ให้กะบุคลิคเล้ย

#5 By zanClo*- (61.91.108.36) on 2005-10-22 23:20

สนุกดีแฮะ ไอเดีย แมร่งเจ๋งดี
อยากทำ Blog บ้างเว่ย แต่ไม่ว่าง ต้องนอนกลางวัน แย่ ๆ

#4 By starboy (58.8.183.26) on 2005-10-20 12:23

เฮ้ยเจ๋งดีอะพี่โอม
ถ้ามันมีแบบนี้อยู่จริง คงน่ากลัวพิลึกเลยแฮะ

#3 By Yoshii on 2005-10-20 02:00

หนุกดีหนุกดี แล้วมีเขียนหนังสือสำหรับเด็กป่าววะ เอามาลงดิ้จะอ่านต่อ

กูรอเผื่อมีบุคคลมาป่วน blog มึงต่อ

#2 By NitroJ (61.90.74.173) on 2005-10-20 01:40

เจ๋ง

#1 By (♥) on 2005-10-20 01:10